วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 21 การสร้าง Header in Blogger

1.ไปที่ > รูปแบบ > Gadget ส่วนหัว (ซึ้งจะติดตั้งไว้แล้ว) คลิกเพื่อแกไข ดังภาพครับ


2. คลิกเพื่อเลือกรุปภาพโลโก้ของเรา ครับ



3.รอให้เว็บอัพโหลดภาพ ซักครู่นะครับ 



4.เมื่ออัพโหลดเสร็จจะได้ดังภาพนะครับ
เลือกติกตามภาพนะครับ แทนที่ชื่่อและคำอธิบาย แล้วบันทึก

จากนั้นบันทึกการจัดเรียงแล้วดูบล็อกของคุณ จะได้ภาพโลโก้ในบล็อกตามต้องการ

ใบงานที่ 20 การติดตั้ง Blogger บน Smart Phone

ลำดับขั้นตอนการติดตั้ง Blogger on Smart Phone

 

1.ไปที่Desktop บน Smartphone แล้วหา AppStore

 
2.เข้าไปที่ AppStore 
 

3. ค้นหา Blogger 
 
4.เลือกBlogger แล้วทำการติดตั้ง
 
 

5.รอให้โปรแกรมติดตั้งลง Smartphone ให้เสร็จ
 
 

6. เมื่อติดตั้งเสร็จคลิกเข้าไป

7.คลิกยอมรับ
 
8.ลงชื่อเข้าใช้(กรณีที่มีบัญชีรายชื่อที่สมัคไว้แล้ว) แต่หากไม่มีให้คลิกเลือก ลงชื่อสมัครใช้
9.กรอกE-mail และ Passwords แล้วคลิกลงชื่อเข้าใช้
 
 
10.จากนั้นคลิก ดูบล็อก
 
11. จากนั้นจะขึ้นเป็นหน้า Blogger ของเราเป็นอันเสร็จสิ้น
 

ใบงานที่ 19 การสมัครใช้ Blogger Service

วิธีการสร้าง Blogger ผ่าน Google Apps

        หลายคนมีความเข้าใจว่า Blog เปรียบเสมือนเป็นไดอารี่ออนไลน์นั้นก็ไม่ใช่ความเข้าใจที่ผิดแต่เพียงว่าไดาอารี่ส่วนตัวเป็นแค่ส่วนหนึ่งในเนื้อหาของ Blog นั่นเอง เพราะเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องสังคม เศรษฐกิจ เกร็ดความรู้ เป็นต้น
        อันดับแรก Admin จะต้องเข้าไปเปิดการตั้งค่าการอนุญาตให้ใช้งาน Blogger สำหรับ Domain นั้นๆเสียก่อน ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
  1. Admin ลงชื่อเข้าใช้ Google Apps Business ให้เรียบร้อย จากนั้นเข้าหน้าอีเมล์ เลือกเมนู “รูปเฟือง” แล้วเลือก “Manage this domain (จัดการโดเมนนี้)” เพื่อเข้าสู่คอนโซลผู้ดูแลระบบ

  2. Google Apps Business


  3. เข้าสู่หน้า “Admin console (คอนโซลผู้ดูแลระบบ)” จากนั้นเลือกเมนู “Other Google Services” เพื่อเข้าไปเลือกบริการที่ต้องการตั้งค่า

  4. Google Apps Business


  5. กดที่เมนู “Blogger” เพื่อเข้าไปตั้งค่า

  6. Google Apps Business


  7. เลือกรายการการตั้งค่าที่อยู่ใต้ภาพไอคอนBlogger ว่าต้องการเปิดใช้งานในรูปแบบใด
    • เปิดการใช้งานเพื่อทุกๆคน
    • ปิดการใช้งาน
    *** ในกรณีตัวอย่างนี้เลือกเป็นแบบ “ON for everyone”

  8. Google Apps Business


  9. จากนั้นจะแสดง pop - up ขึ้นมาให้ทำการกดปุ่ม “Turn On for everyone”

  10. Google Apps Business


  11. เป็นอันเสร็จเรียบร้อยในการอนุญาตเปิดใช้งาน Blogger

        ก่อนที่เราจะสามารถโพสต์หรือเขียนบทความใดๆลงบน Blog ได้นั้น ต้องทำการสร้าง Blogger ขึ้นมาเป็นของตนเองเสียก่อน ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
  1. Login เข้าใช้งาน Google Apps Business ให้เรียบร้อย
  2. เลือกเมนู Blogger ที่อยู่ทางด้านบนของหน้าเว็บไซต์ Google

  3. Google Apps Business


  4. กดปุ่ม “บล็อกใหม่” เพื่อเริ่มสร้างบล็อกใหม่

  5. Google Apps Business


  6. กรอกข้อมูลของบล็อก
    • หัวข้อหรือชื่อบล็อก
    • ที่อยู่ คือ ชื่อที่อยู่ของบล็อก
    • เลือกรูปแบบของบล็อกตามต้องการ

    • Google Apps Business

  7. กดปุ่ม” สร้างบล็อก” เพื่อสร้างบล็อก
  8. เป็นอันเสร็จเรียบร้อย บล็อกที่สร้างจะปรากฏขึ้นเพื่อให้เริ่มใช้งาน หรือแก้ไข ตามความต้องการของผู้ใช้

  9. Google Apps Business

ใบงานที่ 18 การ Update Anti Virus

EEST NOD32 Antivirus 4

           
           ผู้ที่ใช้งานโปรแกรมสแกนไวรัส NOD32 แล้วต้องพบเจอปัญหาการให้อัพเดทของตัวโปรแกรม หรือที่เราเรียกกันติดว่าว่า ติดตาส้ม หรือ ตาแดง ซึ่งในบทความนี้ผมของเสนอทางเลือกในการหา key ของตัวโปรแกรม NOD32 มาอัพเดทกัน วิธีอัพเดทnod32 เข้าไปยังเว็บไซต์ http://nod321.eu/ แล้วหา KEY Update NOD32 ของวันนี้มา ชุดแล้วก็มาทำการอัพเดจ NOD32 ของเรา 
1.คลิกไอคอน โปรแกรมขึ้นมา และแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมติดเป็นสีส้ม หรือ สีแดง

  2 . เลือก Update แล้วเลือก Username Password Setup    




  3. นำ Key จากเว็บ http://nod321.eu/ มาคีย์เลือกอันไหนก็ได้ ชุด    



   4.นำ key มาแล้ววางแล้วทำการ update database  



   ขั้นตอนสุดท้าย เท่านี้ก็เสร็จสิ้นการ update จะสังเกตุว่าโปรแกรมสแกนไวรัสจะเป็นสีเขียว  

ใบงานที่ 17 การ Load Mega By android

วิธีโหลดไฟล์จาก MEGA

1.ตามภาพเลยครับ ถ้ากดตรงหมายเลข1 จะต้องโหลดโปรแกรม mega 
ไปติดตั้งแล้วค่อยโหลด แต่ถ้าไม่อยากติดตั้งโปรแกรม 
ก็กดที่หมายเลข2 เลยครับจะเป็นการโหลดผ่าน Browser


- ถ้าโหลดผ่านโปรแกรม ก็ต้องติดตั้งโปรแกรมตามภาพครับ



- ถ้าโหลผ่าน Browser หน้าตาก็ประมาณนี้ครับ ก็รอจนโหลดครบ 100% กดsave ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ 

ใบงานที่ 16 การ Share internet By USB

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการแชร์อินเตอร์เน็ตจาก iPhone ไปยังคอมพิวเตอร์
1. iPhone / iPad ที่ใส่ SIM และมี Packet ใช้ 3G/4G
2. คอมพิวเตอร์

แชร์ Internet จาก iPhone ไปยังคอมพิวเตอร์ เพื่อสามารถเล่นอินเตอร์เน็ทได้

1. ทำการเปิด iPhone > Settings > General >  About >  Name : ทำการตั้งชื่อ iPhone ของเราและ ชื่อนี้จะเป็นชื่อ สัญญาณในการแชร์อินเตอร์เน็ตของเรา
2. ทำการเปิด Cellular Data ใน iPhone ของเรา
โดยไปที่ Settings > Cellular > Cellular Data : ให้ทำการเปิด ON
Share internet iPhone to Computer-2
3. จากนั้นมายัง Settings > Personal Hotspot >
ทำการตั้ง Password ในการเชื่อมต่อ Wi-Fi Password :  โดยให้ใส่ Password ลงไป  เช่น P@ssw0rd
จากนั้นทำการเปิด Personal Hotspot : ปรับให้เป็น ON
Share internet iPhone to Computer-1
จากนั้นจะมีการหน้าต่างขึ้นมา
ให้เลือก Tune on Wi-fi  ใช้ในกรณี  iPhone — Computer เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทแบบไร้สาย  (แนะนำอันนี้ครับสะดวกดีครับ)
Blue and USB Only :  ใช้ในการณีเอา iPhone  — Computer เชื่อมต่อกันใช้สาย USB
4. จากนั้นกลับมายังคอมพิวเตอร์ของเรา จากนั้นให้หาชื่อสัญญาณของ iPhone ที่เราทำการแชร์ไว้ และทำการใส่ Password ที่เราได้ตั้งไว้ใน iPhone
ถ้าเป็น iPad หรือ iPod ก็ให้ทำการเปิด Wifi เพื่อค้นหาสัญญาณของเราครับ
5. เสร็จสิ้นเรียบร้อย ลองเข้า WebSite ตามปกติในคอมพิวเตอร์

ใบงานที่ 15 เมนบอร์ดที่ใช้กับซีพียูแบบ Socket ให้นำรูปภาพของ Main Board มาใส่ให้สัมพันธ์กับ Socket

ก่อนที่เราจะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สักชุดหนึ่ง ก็จำเป็นต้องหาความรู้ในเรื่องของอุปกรณ์ที่เราต้องการซื้อมาใช้งานในระดับหนึ่ง โดยส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของทั้งระบบก็คือ CPU (Central Processing Unit) อธิบายง่ายๆคือ มันเป็นเหมือนสมองของคอมพิวเตอร์ที่เมื่อเรามีการสั่งการอะไรไป CPU จะรับคำสั่งมาเป็นส่วนแรกแล้วจึงแบ่งจ่ายงานไปยังชุดอุปกรณ์อื่นๆตามที่สั่งมา แน่นอนว่ามี CPU แล้วก็ต้องมี mainboard เพราะมันเป็นของคู่กัน โดย mainboard เป็นอุปกรณ์สื่อกลางสำหรับการทำให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ เช่น การ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ สามารถสื่อสารกับ CPU ได้ ซึ่งการจะนำ CPU มาติดตั้งลงบน mainboard นั้น ต้องติดตั้งผ่านช่องเสียบที่เรียกว่าซ็อกเก็ต (Socket) CPU โดยจุดนี้เป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่งคือ CPU แต่ละรุ่นจะมี Socket ที่ตายตัวของมัน หากนำ CPU ไปติดตั้งกับ mainboard บางรุ่นที่ไม่ Support จะไม่สามารถทำงานได้ บางรุ่นใส่ด้วยกันไม่ได้เลยก็มี

Socket คืออะไร ?
Socket จะมีลักษณะเป็นช่องเสียบแบบเข็ม (Pin) มีขายึดเพื่อให้สามารถทำการประกบ CPU ลงไป ถูกติดตั้งอยู่บน mainboard เหมือนการเอาของเล่น 2 ชิ้นมารวมร่างกัน ช่วยให้ CPU สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ส่วนอื่นได้ โดยในปัจจุบันก็มีให้เลือกใช้งานกันหลาย Socket ซึ่งจะอ้างอิงจาก CPU ที่เลือกใช้

LGA คืออะไร ?
คำว่า LGA หลายคนมักจะได้ยินบ่อยๆ เพราะมันเอามาเป็นคำนำหน้าของ Socket CPU แต่ละแบบ จริงๆแล้ว LGA ย่อมาจากคำว่า Land Grid Array ใช้เรียกแทนชนิดของ Socket ที่อยู่บนเมนบอร์ด อธิบายง่ายๆก็คือ LGA เป็น Socket ชนิดที่มีเข็ม (Pin) ถูกติดตั้งอยู่บน mainboard โดยเข็มนี้จะไปสัมผัสกับ CPU เพื่อการรับ-ส่งข้อมูลกัน เรียกได้ว่าพบเห็นได้เฉพาะ mainboard จากแบรนด์ Intel เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจาก mainboard ของ AMD จะใช้ Socket อีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า PGA (Pin Grid Array) ซึ่งก็คือการย้ายเข็ม (Pin) ที่อยู่บน Socket ของ mainboard มาติดตั้งไว้บน CPU แทน ทราบถึงคำว่า LGA และ PGA ไปแล้ว ต่อไปเรามาทราบถึงชนิดของ Socket CPU ในแบบ LGA ว่ามีอะไรกันบ้างครับ

***หมายเหตุ : CPU จากทาง Intel จะมีการใช้ชื่อเรียกหรือ Codename เพื่อป้องกันความสับสันของ CPU ในแต่ละรุ่น เนื่องจาก Intel แทบจะมีการผลิต CPU รุ่นใหม่ออกมาทุกปี เช่น Haswell ใช้เรียก CPU ใน generation ที่ 4 ที่ใช้กับ mainboard LGA 1150 เป็นต้น 


  1. LGA 775 : ใช้ร่วมกับ CPU ตระกูล Pentium, Celeron, Dual-Core, Core 2 Duo, และ Core 2 Extreme

  1. LGA 1366 : ใช้ร่วมกับ CPU ตระกูล Core i7 ขนาดการผลิต 32 นาโนเมตร(เรียกว่า Gulftown) , Core i7 ขนาดการผลิต 45 นาโนเมตร(เรียกว่า Bloomfield) , Xeon ขนาดการผลิต 45 และ 32 นาโนเมตร(เรียกว่า Nehalem)

  1. LGA 1150 : ใช้ร่วมกับ CPU ตระกูล Pentium, Core i3 / i5 / i7 ในรุ่นที่ 4 ขนาดการผลิต 22 นาโนเมตร(เรียกว่า Haswell, Haswell Refresh, Devil Canyon)

  1. LGA 1155 : ใช้ร่วมกับ CPU ตระกูล Pentium, Core i3 / i5 / i7 ในรุ่นที่ 2 ขนาดการผลิต 32 นาโนเมตร (เรียกว่า Sandy Bridge) และรุ่นที่ 3 ขนาดการผลิต 22 นาโนเมตร(เรียกว่า Ivy Bridge)

  1. LGA 1156 : ใช้ร่วมกับ CPU ตระกูล Core i5 / i7 ขนาดการผลิต 45 นาโนเมตร(เรียกว่า Lynnfield ) และ Pentium, Core i3 / i5 ขนาดการผลิต 32 นาโนเมตร(เรียกว่า Clarkdale)

  1. LGA 2011 : ใช้ร่วมกับ CPU ตระกูล Core i7 ขนาดการผลิต 22 นาโนเมตร(เรียกว่า Ivy Bridge-E), Core i7 ขนาดการผลิต 32 นาโนเมตร(เรียกว่า Sandy Bridge-E), Xeon E5 ขนาดการผลิต 22 นาโนเมตร(เรียกว่า Ivy Bridge-EP) และ Xeon E5 ขนาดการผลิต 32 นาโนเมตร(เรียกว่า Sandy Bridge-EP)

และนอกจากนี้ 1 Socket ของ mainboard ก็แบ่งออกได้อีกหลายรุ่น ตามชิปเซ็ต (Chipset) ที่มีการติดตั้งลงไปบนตัว mainboard ซึ่งเราขอยกยอดไปเขียนในบทความครั้งต่อไป สุดท้ายนี้เลือกซื้อ CPU ที่ถูกใจแล้ว ต้องเลือก mainboard ที่ Socket ที่รองรับการทำงานกับ CPU ด้วยนะครับ ซึ่งจริงๆแล้วการเลือกซื้อนั้นก็ไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิด ในบทความครั้งนี้เราเพียงเขียนให้เข้าใจคร่าวๆ เพื่อไม่ให้เนื้อหายาวจนเกินไป ลองศึกษาเพิ่มเติมกันดูนะครับ ^^

ใบงานที่ 14 เมนบอร์ด (Main Board) ให้นักเรียนนำภาพถ่าย มาวางพร้อมทั้งอธิบาย

ใบงานที่ 13 หน่วยประมวลผลกลาง CPU คืออะไร




หน่วยประมวลผลกลาง (อังกฤษcentral processing unit) หรือย่อว่า ซีพียู (CPU) เป็นวงจรอิเลคทรอนิกส์ที่ทำงาน หรือประมวลผล ตามชุดของคำสั่งเครื่องจากซอฟต์แวร์ คำนี้เริ่มใช้ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ต้นศตวรรษ 1960s
หน่วยประมวลผลเปรียบเสมือนเป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ในการทำหน้าที่ตัดสินใจหรือคำนวณ จากคำสั่งที่ได้รับมา เช่น การเปรียบเทียบ การกระทำการทางคณิตศาสตร์ ฯลฯ
โดยมีกระบวนการพื้นฐานคือ
  • อ่านชุดคำสั่ง (fetch)
  • ตีความชุดคำสั่ง (decode)
  • ประมวลผลชุดคำสั่ง (execute)
  • อ่านข้อมูลจากหน่วยความจำ (memory)
  • เขียนข้อมูล/ส่งผลการประมวลกลับ (write back)

ใบงานที่ 12 การเลือกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงาน ให้นักศึกษานำรูปที่เกี่ยวกับข้องกับมาเติมลงในข้อความพร้อมทั้งอธิบาย

การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน
- งานเอกสาร หรืองานในสำนักงาน เป็นการใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการจัดการด้านเอกสาร รายงาน ตกแต่งภาพ ทำการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูที่มีความเร็วสูง คือประมาณ 1 GHz ขึ้นไปแต่ควรมีแรมอย่างน้อย 1 GB และอาจเลือกจอภาพแบบแอลซีดีขนาด 17-19 นิ้ว
- งานกราฟฟิก เป็นการใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการตกแต่งและออกแบบภาพ เช่น งานสิ่งพิมพ์ สร้างเว็บไซต์ ฯลฯ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานประเภทนี้จำเป็นต้องมีซีพียูที่มีความเร็วอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง ประมาณ 2 GHz ขึ้นไป ใช้แรมอย่างน้อย 2 GB ขึ้นไป และมีฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุสูงเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลจำนวนมาก
- งานออกแบบที่ต้องแสดงผลเป็น 3 มิติ เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบภาพ 3 มิติ สร้างภาพยนตร์ แอนิเมชั่น ฯลฯ งานประเภทนี้ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการคำนวณ และแสดงภาพความละเอียดสูงสุดได้ ควรเลือกซีพียูที่มีความเร็วไม่น้อยกว่า 2 GHz มีแรมอย่างน้อย 4 GB การ์ดแสดงผลที่สามารถแสดงภาพความละเอียดสูงสุดได้ดี ควรใช้จอภาพขนาดไม่ต่ำกว่า 24 นิ้ว และควรมีเครื่องสำรองไฟฟ้า
3.4.1 ปัจจัยในการเลือกซื้อซีพียู
1. บริษัทผู้ผลิต มี 2 บริษัทชั้นนำ คือ บริษัทอินเทล และ บริษัทเอเอ็มดี
2. ความเร็วของซีพียู ความเร็วของซีพียูขึ้นอยู่กับความถี่สัญญาณนาฬิกา
3. หน่วยความจำแคช เป็นหน่วยความจำความเร็วสูงเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น ควรพิจารณาเลือกซื้อซีพียูที่ความจุของหน่วยความจำแคชมาก
4. ความเร็วบัส คือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างซีพียูและอุปกรณ์อื่นๆ ควรเลือกซีพียูที่มีความเร็วบัสสูง และสอดคล้องกับความเร็วของอุปกรณ์อื่น
3.4.2 เมนบอร์ด ต้องคำนึงถึงในการซื้อเมนบอร์ด เช่น ซ็อกเก็ตซีพียู ฟรอนต์ไซด์บัส สล็อตหน่วยความจำ ช่องสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ หรือ สล็อต พอร์ต ขั้วต่อและรูปแบบหรือฟอร์มแฟกเตอร์
3.4.3 ปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้อแรม
1. ประเภทของแรม ต้องพิจารณาเลือกซื้อให้ตรงกับสล็อตหน่วยความจำบนเมนบอร์ด
2. ความจุ มีตั้งแต่ 256 MB ขึ้นไป เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานด้านกราฟฟิกจะใช้แรมที่มีความจุสูง สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมักจะติดตั้งแรม 1 GB ขึ้นไป
3. ความเร็วของแรม เลือกใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับความเร็วบัสและเมนบอร์ด
3.4.4 ปัจจัยในการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์
1. การเชื่อมต่อ ใช้มาตรฐาน EIDE และ SATA
2. ความจุข้อมูล ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้
3. ความเร็วรอบ โดยทั่วไปฮาร์ดดิสก์ของซีพีจะมีความเร็วรอบอยู่ที่ 7,200 รอบต่อนาที
3.4.5 ปัจจัยในการเลือกซื้อการ์ดแสดงผล
1. ชิปประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มความเร็วในการแสดงผลถ้าประมวลผลสามมิติ อาจใช้ชิปของบริษัท nVIDIA รุ่น GeForce 9 และ  GTX2xx
2. การเชื่อมต่อ มี 2 แบบ คือ แบบใช้กับบัส PCI Express และ บัส AGP
3. ความจุของหน่วยความจำบนการ์ด ถ้ามีความจำมากของหน่วยความจำมาก
จะแสดงภาพมัลติมีเดียความละเอียดสูงได้ดี
การพิจารณาเลือกซื้อออปติคัลดิสก์ไดรฟ์
1.     ซีดีไดร์ฟ ใช้อ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีได้อย่างเดียว
2.     ดีวีดีไดร์ฟ ใช้อ่านทั้งแผ่นซีดี และดีวีดี แต่ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกข้อมูลลงได้
3.     ซีดีอาร์ดับบลิวไดร์ฟ สามารถอ่านและเขียนข้อมูลลงแผ่นซีดีได้
4.     คอมโบไดร์ฟ สามารถอ่านและเขียนข้อมูลลงแผ่นซีดีและอ่านข้อมูลจากแผ่นดีวีดีได้
5.     ดีวีดีอาร์ดับบลิวไดร์ฟ สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้ทั้งแผ่นซีดี และดีวีดี มีการระบุค่าความเร็ว
3.4.7 เคส โดยทั่วไปเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ทำหน้าที่เป็นโครงยึดให้กับอุปกรณ์ภายในต่างๆ ที่ประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งเมนบอร์ด ฮาร์ดดิสก์ แหล่งจ่ายไฟ เป็นต้น
หลักในการพิจารณาเลือกซื้อเคส
-         มีช่องระบายความร้อน
-         มีพื้นที่ที่จะเพิ่มอุปกรณ์ได้
-         ลักษณะของเคส เช่น เคสในแนวนอน
-         ในกรณีที่เป็นการใช้งานทั่วไป อาจเลือกใช้เคสที่มีแหล่งจ่ายไฟ ติดตั้งมาให้สำเร็จแล้ว

3.4.8 จอภาพ ที่พบอยู่มี 2 ประเภท คือ จอซีอาร์ที และ แอลซีดีปัจจัยในการเลือกซื้อจอภาพ เช่น
-         ความละเอียดของภาพ ถ้ามีความละเอียดสูงจะทำให้ภาพคมชัดมากขึ้น
-         ขนาด ขนาดของจอภาพจะวัดเป็นแนวทแยงมุม

ใบงานที่ 11 จงอธิบายรูปแสดงระบบคอมพิวเตอร์โดยการนำรูปอุปกรณ์เติมในวงกลม

ใบงานที่ 10 จงบอกวิธีบำรุงและรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

วิธีการดูแลรักษาแป้นพิมพ์(keyboard)
1.ปัดฝุ่นและทำความสะอาดเป็นประจำ
2.อย่าทำน้ำหกถูกแผงแป้นพิมพ์
3.คลุมผ้าทุกครั้งหลังการใช้งาน

วิธีการดูแลรักษาจอภาพ (Monitor)
1.ทำความสะอาดหน้าจอ
2.อย่านำแม่เหล็กเข้าใกล้จอภาพ

วิธีการดูแลรักษาเครื่องพิมพ์ (Printer)
1.ปิดเครื่องพิมพ์ทุกครั้งหลังใช้งาน
2.เมื่อกระดาษติดอย่ากระชากให้ค่อยๆดึงออก

วิธีการดูแลรักษาเมาส์ (Mouse)
1.ควรวางเมาส์ไว้ที่แผ่นรองเมาส์ทุกครั้ง
2.อย่ากระแทกเมาส์กับพื้น
3.ทำความสะอาดเมาส์บริเวณลูกกลิ้ง

วิธีการดูแลรักษาตัวเครื่อง (case)
1.ไม่ควรให้เครื่องอยู่บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง
2.ไม่ควรทำน้ำหรืออาหารหกใส่เครื่อง

การดูแลรักษาแผ่นดิสก์ (Diskette)
1.ไม่ควรนำแผ่นดิสก์ไปไว้ในที่ที่มีความชื้นสูงหรือเปียก
2.ไม่ควรนำแผ่นดิสก์ไปเข้าใหล้กับวัตถุที่มีสนามแม่เหล็ก
3.ไม่ควรนำแผ่นดิสก์ไปวางไว้ในที่ที่มีอุณภูมิสูงหรือที่ที่มีแสงแดดส่องถึง
4.ไม่ควรขีดหรือเขียนสิ่งใดลงบนแผ่นดิสก์ถ้าจะต้องเขียนให้เขียนลงบนป้าน
ที่มีชื่อไว้สำหรับติดบนแผ่นดิสก์
5.ไม่ควรงอแผ่นดิสก์ เพราะอาจจะทำให้แผ่นชำรุดและอาจจะทำให้ไม่สามารถ
เก็บบันทึกข้อมูลได้
6.ห้ามนำแผ่นดิสก์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่กำลังอ่านข้อมูล

การดูแลรักษาแผ่นซีดี (Cd)
1.ควรเก็บแผ่นซีดีไว้ในกล่อง เพื่อป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
2.ไม่ควรขีดหรือเขียนสิ่งใดลงบนแผ่นซีดี เนื่องจากจะทำให้แผ่นซีดีเกิดรอย
ขีดข่วนและเสียหาย ใช้งานไม่ได้
3.การจัดแผ่นซีดีที่ถูกต้อง ควรใช้น้วชี้หรือนิ้วกลางใส่ลงไปที่ช่องตรงกลางของ
แผ่นแล้วใช้นิ้วอื่นจับตรงส่วนขอบของแผ่น ไม่ควรใช้มือจับบริเวณด้านหน้าหรือด้าน
หลังของแผ่นซีดี เนื่องจากคราบน้ำมันหรือสิ่งสรกปรกบนมืออาจทำให้แผ่นซีดีใช้งาน
ไม่ดีเท่าที่ควร
4.ไม่ควรงอแผ่นซีดี เนื่องจากแผ่นซีดีเป็นพลาสติดแข็งไม่มีความยืดหยุ่นซึ่งอาจจะ
ทำให้แผ่นซีดีมีโอกาสแตกหักได้ง่าย

ใบงานที่ 9 ปัญหาเด็กติดเกมส์มีการป้องกันและแก้ไขอย่างไร

วิธีการสังเกตพฤติกรรมการติดเกม
  1. หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมมากเกินไป ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด
  2. ใช้เวลาในการเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ
  3. เมื่อถูกบังคับให้หยุดเล่น จะมีพฤติกรรมต่อต้าน
  4. ส่งผลต่อหน้าที่ ความรับผิดชอบ การเรียน / ทำงาน
  5. แยกตัวออกจากสังคม ไม่ค่อยทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว
วิธีช่วยเหลือเด็กติดเกม
  1. ผู้ช่วยเหลือควรจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กก่อนเริ่มการปรับพฤติกรรม
  2. วิธีที่ดีที่สุด คือ การตกลงกติกากันให้ชัดเจนก่อนอนุญาตให้เด็กเล่นเกม
  3. ควรเอาจริงเอาจังกับข้อตกลงหรือกติกาที่ได้ตั้งไว้
  4. สร้างแรงจูงใจในการเลิกให้กับเด็ก เช่น หากกำลังปรับลดชั่วโมงการเล่นเกม ก็ควรหากิจกรรมที่น่าสนใจมาทดแทนการเล่นเกมทันที  และถ้าเด็กทำได้ก็ควรชม /ให้กำลังใจ หรือให้รางวัล
  5. ค่อยๆปรับพฤติกรรมทีละน้อย แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สม่ำเสมอ
  6. หากมีข้อสงสัยควรขอคำแนะนำจากจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก Website เช่นhttp://www.healthygamer.net/
  7. ปัญหาเด็กติดเกมนั้นสามารถป้องกันและแก้ไขได้ซึ่งผู้ปกครองต้องใช้ความเข้าใจและความอดทน โดยไม่ว่าเด็กจะใช้เทคโนโลยีอะไรก็ควรให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากเทคโนโลยีจะมีประโยชน์แล้ว หากใช้ไม่เหมาะสม ก็ให้โทษได้เช่นกัน

ใบงานที่ 8 จงบอกวิวัฒนาการของจอภาพคอมพิวเตอร์จากอดีดถึงปัจจุบัน

CRT (Cathode Ray Tubes)
          เทคโนโลยีของจอแสดงผล (Display Technology) อดีตในปี ค.ศ. 1897 นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Kari Ferdinand Braun เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดรังสีคาโธด หรือ CRT และในปี ค.ศ. 1908    Campbell Swinton ได้เสนอให้ใช้หลอด CRT สำหรับการแสดงผลภาพ ต่อมาในปี ค.ศ. 1936 ได้มีการเริ่มนำ CRT มาทำจอภาพโทรทัศน์เป็นครั้งแรก โดยใช้การสแกนแนวนอน 343 เส้น และสามารถผลิตภาพได้ 30 ภาพต่อวินาที ซึ่งเพียงพอในการหลอกสายตามนุษย์ให้เป็นเป็นภาพต่อเนื่องได้โดยไม่กระตุก โดยหลักการของ CRT ซึ่งเป็นหลอดสูญญากาศนั้นทำงานโดยการยิงลำแสงอิเล็กตรอนผ่านสนามแม่เหล็ก ซึ่งใช้ควบคุมทิศทางของลำแสงอิเล็กตรอนให้สามารถไปทางซ้าย-ขวา ขึ้นบน-ลงล่าง โดยการควบคุมผ่านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อยิงอิเล็กตรอนออกไปกระทบกับสารที่เคลือบด้านในของจอภาพ ซึ่งมีสารฟอสเฟสฉาบอยู่บนหลอดภาพ และเมื่อสารฟอสเฟสโดนแสงก็จะถูกกระตุ้นให้เปล่งแสงออกมา จุดไหนที่โดนแสงจะถูกกระตุ้นให้เปล่งแสงออกเป็นจุดๆ ซึ่งจุดนี้ก็คือจุดที่แสดงภาพขึ้นมาบนหน้าจอ จุดนี้มีชื่อเรียกว่า พิกเซล (Pixel)


จอภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มีหลักการแบบเดียวกับจอโทรทัศน์ เทคโนโลยีของ CRT เป็นที่นิยมในเทคโนโลยีแสดงผลที่มีอายุเกินร้อยกว่าปี และมาตรฐานการแสดงผลที่ใช้กับคอมพิวเตอร์มาจากการพัฒนาของบริษัทไอบีเอ็ม ระบบแสดงผลที่ใช้กับจอภาพมีสีเดียวที่เรียกว่า “โมโนโครม” หรือ MDA (Monochrome Display Adapter) ซึ่งจะแสดงผลที่เป็นตัวอักษรเพียงอย่างเดียวแต่ให้ความละเอียดสูง แต่คาดกันว่าในอนาคตผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะเลิกใช้จอภาพแบบ CRT ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ประหยัดพื้นที่ และที่สำคัญคือสุขภาพสายตา เทคโนโลยีหลอดภาพที่นำมาใช้เป็นมอนิเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาตั้งแต่ CGA, EGA, VGA, XGA และในปัจจุบันกลายเป็น UXGA

LCD (Liquid Crystal Display)
ถูกคิดค้นในปี ค.ศ. 1963 จอ LCD เริ่มจากการพัฒนานำมาใช้กับนาฬิกาและเครื่องคิดเลข เป็นจอภาพที่เริ่มเข้าสู่ยุคดิจิตอล จอภาพที่มีความแบนทำให้สามารถแสดงตัวอักษรและภาพได้โดยไม่เกิดการกระพริบ (flicker) การทำงานของจอภาพ LCD นั้นอาศัยหลักของการใช้ความร้อนที่ได้จากขดลวดมาทำการเปลี่ยนและบังคับให้ผลึกเหลวแสดงสีต่างๆ ออกมาตามที่ต้องการ ทำให้แสงสว่างที่ได้จะไม่สั่นไหวเหมือนจอภาพแบบที่ใช้หลอดภาพ ซึ่งประโยชน์ก็คือสามารถลดความเมื่อยล้าในการมองได้ ซึ่งเดิมทีจอ LCD นิยมใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แบบแล็ปท๊อปหรือโน้ตบุ๊ค แต่ในปัจจุบันเริ่มมีปริมาณผู้ใช้จอภาพ LCD กับเครื่องเดสก์ทอปกันมากขึ้น และรวมไปถึง PDA และอาจกล่าวได้ว่าจอภาพ LCD กำลังก้าวมามีบทบาทแทนที่จอภาพแบบ CRT ซึ่งข้อดีของจอ LCD คือมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และกินไฟไม่มาก ให้ความละเอียดได้มากกว่าจอ CTR แต่ข้อเสียคือมีราคาแพงกว่าจอ CTR ส่วนในแง่ของการแสดงผล จอภาพ LCD ขนาด 15 นิ้ว สามารถให้พื้นที่การมองได้เกือบจะเท่ากับจอภพา CRT ขนาด 17 นิ้ว


จอภาพ LCD แบ่งเป็นสองเภท คือ 
• Dual-Scan Twisted Nematic (DSTN) เป็นจอภาพแบบ Passive Matrix จอภาพที่มีสีค่อนข้างแห้ง เนื่องจากมีความสว่างน้อย และสีสันไม่มากนัก ทำให้ไม่สามารถมองจากมุมมองอื่นได้ นอกจากมองจากมุมตรง และมีการตอบสนองที่ช้ามาก ดั้งนั้นจึงมีปัญหาเวลาที่เราดูภาพยนตร์หรือเคลื่อนเมาส์เร็วๆ ทำให้เรามองภาพเป็นภาพเบลอๆ ไป ตามการเปลี่ยนภาพไม่ทัน
• Thin Flim Transistor (TFT) เป็นจอ LCD ที่ถูกพัฒนาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของจอ LCD แบบ DSTN โดยจอแบบ TFT นีเป็นแบบ Active Matrix ซึ่งได้ทำการเพิ่มเอาทรานซิสเตอร์เข้าไปเชื่อมต่อเข้ากับจอ LCD โดยทรานซิสเตอร์แต่ละตัวจะแทนแม่สี ผลที่ได้ก็ทำให้มีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาพที่เร็วขึ้น มีความคมชัดมากขึ้น จอภาพมีสีสดใสมองเห็นจากหลายมุม เนื่องจากให้ความสว่างและสีสันในอัตราที่สูง และจอภาพ TFT สามารถทำให้บางกว่าจอภาพแบบ LCD ปกติได้ จึงทำให้มีน้ำหนักเบากว่า


OLED (Organic Light Emitting Diodes)
เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเพื่อทดแทนเทคโนโลยี LCD ค้นพบโดยบังเอิญของนักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ โดยพบว่าสารกึ่งตัวนำบางชนิดสามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงได้ ซึ่งเรียกว่า “อิเล็กโทรลูมิเนสเซนซ์” (Electroluminescence) ซึ่งเป็นสารโพลิเมอร์ที่ให้สีต่างๆ เมื่อนำมาประกอบกันและให้พลังงานในจุดที่ต้องการก็จะเปล่งแสงประกอบกันเป็นภาพและสีตามต้องการเหมือนจอภาพ LED (Light Emitting Diodeds) OLED เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานโดยอาศัยคุณสมบัติทางนาโน คือ วัสดุอินทรีย์เปล่งแสง เพราะเป็นสารอินทรีย์นี้เราจึงสามารถประกอบอุปกรณ์ OLED บนวัสดุที่พับงอได้ จึงเกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า จอภาพแบบยืดหยุ่น (Flexible Display) ซึ่งมีข้อดีคือกินพลังงานน้อยกว่า จอภาพบาง แบน เบา ให้สีคมชัด และยืดหยุ่นได้ จากข้อดีดังกล่าวทำให้นักวิจัยเร่งวิจัยและพัฒนาคือ จอภาพที่ไม่กินพื้นที่ สามารถบิดงอได้โดยไม่ทำให้จอเสียหรือภาพล้ม ซึ่งเทคโนโลยีแบบเดิมไม่สามารถสนองความต้องการนี้ได้
ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยี OLED มาใช้กับจอภาพคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทำให้มีภาพเคลื่อนไหวที่ชัดเจน การแสดงผลของจอภาพ OLED แสดงผลได้เร็วกว่าจอภาพ LCD จากคุณสมบัตินี้ทำให้จอภาพ OLED จะถูกนำไปใช้กับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่เรียกว่า 3G คือเป็นโทรศัพท์ในยุคที่สาม เพราะโทรศัพท์ประเภทนี้จำเป็นต้องแสดงภาพวิดีโอของคู่สนทนาด้วย เพราะไม่เพียงแต่จะออกแบบให้สื่อสารกับหูเท่านั้น ยังสนองความต้องการทางตาได้ด้วย ทำให้จอภาพ OLED เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ


Plasma 
จอภาพ Plasma คือ วิวัฒนาการแห่งเทคโนโลยี visual image สำหรับแสดงข้อมูลดิจิตอล ด้วยเทคโนโลยี ALIS จอภาพ Plasma ใช้หลอดขนาดเล็กบรรจุก๊าซซีนอน เลียนแบบหลอดฟลูออเรสเซ็นต์ เมื่อมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าไหลผ่านหลอดใด ก๊าซก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นพลาสมา แล้วปล่อยพลังงานออกมาในรูปของรังสีอุลตร้าไวโอเลต ซึ่งจะไปกระตุ้นสารฟอสเฟอร์ไวแสงสีต่างๆ สามสีบนผิวจอให้สว่างขึ้นมา สามารถตอบสนองต่อสัญญาณภาพได้รวดเร็ว ทำให้ภาพคมชัด มีความละเอียด และความสว่างสูง มีสีสันที่ใกล้เคียงกับสีตามธรรมชาติเป็นอย่างมาก และมีมุมมองที่คมชัดมากกว่าจอภาพแบบ LCD สามารถมองภาพได้ชัดเจนในมุมกว้างเกือบ 180 องศา เนื่องจากเทคโนโลยีของจอภาพแบบ Plasma มีความแตกต่างจากจอภาพแบบ LCD ทำให้ราคาแพงกว่าจอภาพแบบ LCD ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาที่จะเป็นที่ยอมรับในการเลือกซื้อมาใช้งานในปัจจุบัน

ใบงานที่ 7 แรมเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในเมนบอร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างไร

เมนบอร์ด (Mainboard)
วันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 23:22 น.
เมนบอร์ด (Mainboard)
เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญรองมาจากซีพียู เมนบอร์ดทำหน้าที่ควบคุม ดูแลและจัดการๆ ทำงานของ อุปกรณ์ชนิดต่างๆ แทบทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ซีพียู ไปจนถึงหน่วยความจำแคช หน่วยความจำหลัก ฮาร์ดดิกส์ ระบบบัส บนเมนบอร์ดประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย  เมนบอร์ดที่ใช้งานในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่เป็นแบบ ATX เกือบทั้งหมดแล้ว  เทคโนโลยีของเมนบอร์ดเองก็ได้มีการพัฒนาไปมากเช่นกัน  ซึ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาในการเพิมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น  มีสีสันที่สวยงามโดยเฉพาะคนที่ชอบแต่งเครื่องของตัวเองจะเลือกสีสันที่มีความสวยงาม

มารู้จักส่วนประกอบของเมนบอร์ด

ใบงานที่ 6 ถ้าจะเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะกับแบบกระเป๋าหิ้วท่านจะเลือกซื้อแบบใด เพราะเหตุใด

ตอบ แบบพกพา เพราะ ว่า สะดวก ง่าย กะทัดรัด สามารถพกไปไหนมาไหนได้ง่ายกว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 4 ท่านมีวิธีป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ลงในเครื่องคอมของท่านอย่างไร

1. ควรติดตั้งซอฟแวร์ป้องกันไวรัสที่เชื่อถือได้ และสามารถอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสและเครื่องมือได้ตลอด เพราะจะทำให้สามารถดักจับ และจัดการกับไวรัสตัวใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว 
2. อย่าตั้งค่าให้โปรแกรมอีเมลเปิดไฟล์ที่แนบมาโดยอัตโนมัติ ควรจะต้องตรวจสอบก่อนดาวน์โหลดหรือเปิดไฟล์ขึ้นมา 
3. แกนไฟล์แนบท้ายของอีเมลทุกฉบับ หรือแม้แต่อีเมลจากคนรู้จัก
4. ตั้งค่าระบบป้องกันให้ทำงานทันทีที่เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์ใช้งาน
5. อัพเดทซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส (Anti Virus) อย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรอัพเดททุกครั้งที่ออนไลน์ เพราะจะมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน
6. อย่าดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจได้ไวรัสแถมมาด้วย แต่หากต้องการดาวน์โหลดจริงๆ ก็ให้สร้างโฟลเดอร์เฉพาะไว้ต่างหาก และสแกนหาไวรัสก่อนเปิดใช้งาน
7. ควรสแกนแฟลชไดรฟ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราแฟลชไดรฟ์เป็นพาหะในการนำข้อมูลจากพีซีเครื่องหนึ่งมาใส่ในอีกเครื่อง 

ใบงานที่ 3 เครื่องพิมพ์ที่ท่านใช้งาน แบบไหนที่ใช้ดีเพราะอะไร

เครื่องพิมพ์เลเซอร์
เพราะ          
         เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษร ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะทำงานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้านความคมชัดและรายละเอียดทำออกมาได้ดีกว่าแบบพ่นหมึกมาก